Weathering Tester – ความสำคัญของ เครื่องเร่งสภาวะอากาศ ในห้องแลป 

( Weathering Tester )

เคยเจอมั้ยครับ? เมื่อวันเวลาผ่านไปนานเข้า สิ่งของรอบข้างคุณ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่คุณผลิตขึ้นเองนั้น เกิดความเสียหายทางกายภาพเกิดขึ้น! ไม่ว่าจะสีซีดจาง สูญเสียความเงา การเปราะแตกของชิ้นงาน หรืออื่นๆ ตามรูปด้านล่างโดยไม่ทราบสาเหตุ !?

 

ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร!?  ผมทรัมป์ จะมาอธิบายให้ทุกคนให้เข้าใจแบบง่ายๆ กันครับ

1. แสงแดด

ปัจจัยที่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของชิ้นงานที่ผมจะพูดถึง ปัจจัยแรกก็คือ แสงแดด

แสงแดด เป็นการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในบางส่วนของสเปกตรัมแม่เหล็กไฟฟ้า ประกอบไปด้วบ

  • Ultra Violet ช่วงความยาวคลื่น 295-400 nm หรือคิดเป็น 7 % ของแสงแดดทั้งหมด
  • Visible Light ช่วงความยาวคลื่น 400-800 nm คิดเป็น ครึ่งนึงของแสงแดดทั้งหมด
  • และที่เหลือเป็น Infrared   ช่วงความยาวคลื่น 800-3000 nm คิดเป็น 38 % ของแสงแดดทั้งหมด

และจากงานวิจัยพบว่า เจ้าช่วง Ultra Violet  7% ของแสงแดดทั้งหมด กลับเป็นช่วงความยาวคลื่นที่เป็นสาเหตุหลักในการเกิด Polymer Degradation หรือการเสื่อมสภาพทางพอลิเมอร์ได้สูงสุดอย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ

2. อุณหภูมิ

ต่อมาผมจะขอพูดถีงปัจจัยการเสื่อมสภาพของชิ้นงานลำดับ 2 อย่าง อุณหภูมิ กันบ้างดีกว่า

ผลกระทบจากอุณหภูมิ ก็มีตั้งแต่

  1. อุณหภูมิชิ้นงานสูงขึ้น
  2. ขนาดชิ้นงานเปลี่ยน
  3. การระเหย
  4. การเสื่อมสภาพอันเกิดจากอุณหภูมิ หรือ Thermal Aging
  5. การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิะหว่างการทดสอบ หรือ Thermal Cycling
  6. อัตราออกซิเดชั่นที่จะถูกเร่งให้เกิดเร็วขึ้นเนื่องด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้น

รวมไปถึงความสัมพันธ์ของสีและอุณหภูมิ

ทุกท่านเคยสงสัยกันมั้ยครับ ว่าหากนำวัตถุชนิดเดียวกัน ขนาดเท่ากัน แต่มีสีต่างกัน วางห่างจากแหล่งกำเนิดความร้อนเดียวกันเป็นระยะทางเท่ากันและนานเท่ากัน แล้วจะมีผลลัพธ์เหมือน-ต่างกันอย่างไร !?

เรามักจะพบว่าวัตถุที่มีสีเข้มกว่า จะมีอุณหภูมิสูงกว่าวัตถุที่มีสีอ่อนกว่า  นั่นแสดงว่าสีมีอิทธิพลต่ออุณหภูมิของวัตถุนั่นเอง

3. น้ำ ( ความชื้น )

ปัจจัยการเสื่อมสภาพของชิ้นงานอย่างสุดท้าย ที่ผมจะพูดถึงก็คือ น้ำ

คำนิยามของคำว่า ” น้ำ ” ผมจะขอรวมไปถึงความชื้น ฝน และน้ำค้าง ด้วยนะครับ

เรามาดูกราฟกันครับ

Weathering Factor

กราฟนี้เกิดจากการทดสอบความมันวาว  ( Gloss ) บนแผ่น Urethane  ด้วยเครื่อง QUV ตัวเดียวกัน แต่มีการทดสอบ Cycle ที่ต่างกันระหว่าง

  • ความชื้น และ Dark/Dry environment
  • แสง และ Dark/Dry environment
  • แสงอย่างเดียว
  • แสง และความชื้น

ผลที่ได้คือ กราฟเส้น UV + Moisture ( แสงและความชื้น ) ให้ผลลัพธ์ค่าความมันวาว ( Gloss ) บนชิ้นงานน้อยสุด เป็นการแสดงว่า การให้ปัจจัยทั้งแสงและความชื้นควบคู่กัน ให้ผลลัพธ์ทำลายล้างได้มากกว่า ให้แสงอย่างเดียว หรือให้ความชื้นอย่างเดียวอีกครับ !

แล้วจะเป็นอย่างไร หากเรานำเอาปัจจัยทั้ง 3 อย่างอย่าง แสง อุณหภูมิ และความชื้น มาไว้ที่เดียวกันล่ะ!?

การันตีเลยว่ามันก็จะกลายเป็น ซุปเปอร์พลังทำลายล้างความเสื่อมสภาพในอัตราเร่ง! แน่นอนครับ

ซึ่งนั่นจะเป็นประโยชน์มาก หากคุณกำลังพัฒนาชิ้นงานหนึ่งของคุณที่ต้องการคุณสมบัติความทนทาน และอยากทราบว่าจะมีสภาพอายุการใช้งานเท่าไร ? ซึ่งนั่นสามารถหาคำตอบได้ด้วยเครื่อง QUV, Q-Sun และ Q-Fog ครับ

 

ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า หรือพูดคุยกับผม ก็สามารถติดต่อผมได้เลยผ่าน ช่องทางนี้ ได้เลยนะครับ

 

Weathering Tester

QUV Brochue

Q-Sun Brochue

Q-Fog Brochue

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

By using this website you agree to accept our Privacy Policy and Terms & Conditions