วัตถุประสงค์ ของ การเคลือบผิว มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการ คือ
1. เพื่อป้องกันพื้นผิววัสดุจากมลภาวะต่างๆ
สารเคลือบผิวจะช่วยให้ผิวหนังของวัสดุที่ถูกเคลือบมีความทนทานต่ออากาศ น้ำ และสารเคมีต่างๆ นอกจากนี้ สารเคลือบผิวยังช่วยให้ผิวหน้าของวัสดุมีความแข็งแรงขึ้น ทนทานต่อการขัดสีได้มากขึ้น และอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
ตัวอย่างของการป้องกันพื้นผิววัสดุ เช่น การใช้สีทาไม้เพื่อป้องกันการผุพังของไม้อันเนื่องมาจากความชื้น หรือการเคลือบผิวภายในกระป๋องโลหะ เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากอาหารหรือสารเคมีที่บรรจุอยู่ภายใน หรือการเคลือบผิวชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อไม่ให้สัมผัสกับความชื้น หรือสารเคลือบผิวประเภทสีหน่วงการติดไฟ (fire retardant paint) ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการลุกไหม้บนผิวหน้า เป็นต้น
2. เพื่อตกแต่งให้แลดูสวยงาม
ความสวยงามของวัสดุหลังการเคลือบผิวหน้าด้วยสารเคลือบผิว อาจมาจากสี (color) จากความเงา (gloss) จากลวดลายตกแต่ง (texture) หรือจากความสว่าง (lighting) หรือจากทั้งหมดรวมกัน
สีของผิวหน้ามีผลต่อการสะท้อนแสงของผิวหน้านั้นๆ สีขาวจะสะท้อนแสงได้สูงสุด และสีดำจะสะท้อนแสงได้ต่ำสุด
ประเภท ของ สารเคลือบผิว แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.สี (Paint)
หมายถึง สารที่มีส่วนผสมของผงสี (pigment) สารยึด (binder) หรือสิ่งนำสี (vehicle) ตัวทำละลาย (solvent) และสารเติมแต่ง (additive)
1.1 ผงสี (pigment) เป็นสารที่ให้สีและมีความสามารถในการปิดบังพื้นผิวหรือกำลังซ่อนแสง (hiding power) ผงสีอาจะเป็นสารประกอบอินทรีย์หรืออนินทรีย์ก็ได้

1.2 สารยึดหรือสิ่งนำสี (binder or vehicle) คือ สารที่ทำหน้าที่ยึดประสานอนุภาคของสารประกอบในสีเข้าไว้ด้วยกัน ให้เกิดเป็นฟิล์มของสีติดแน่นกับพื้นผิวที่ถูกเคลือบ ตัวอย่างสารยึด ได้แก่ น้ำมันแห้งเร็ว (drying oil) เรซินธรรมชาติ เรซินสังเคราะห์ เป็นต้น

1.3 ตัวทำละลาย (solvent) มีหน้าที่ช่วยปรับความหนืดของสี เพื่อให้เหมาะต่อการผลิต หรือสะดวกต่อการใช้ ตัวทำละลายส่วนใหญ่เป็นสารอินทรีย์

1.4 สารเติมแต่ง (additive) เป็นสารที่เติมลงไปในสีเพียงเล็กน้อย เพื่อช่วยให้สีมีสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น ทำให้สีแห้งเร็วขึ้น ทำให้สีไม่ขึ้นรา เป็นต้น

2. วาร์นิช (Varnish)
คือ สารเคลือบผิวที่ประกอบด้วยสารยึดเพียงอย่างเดียว

3. แลกเกอร์ (Lacquer)
ได้แก่ สารละลายซึ่งได้จากการนำเรซินเหรือสารยึดมาละลายในตัวทำละลายอินทรีย์

Ref. อรอุษา สรวารี. (2544). สารเคลือบผิว (สี วาร์นิช และแลกเกอร์), พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
